:: เชื่อมแล้ว! สะพานแห่งมิตรภาพ "ไทย-เมียนมา" แห่งที่ 2 จุดพลุเขตเศรษฐกิจแม่สอด

| 2017-03-30 15:09:45


วันนี้ 30 มีนาคม 2560 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย Mr.Win Khaing รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการก่อสร้าง แห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ร่วมป็นประธานในพิธีเทคอนกรีต จุดเชื่อมต่อสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาข้ามแม่น้ำเมย แห่งที่ 2 อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยมีผู้บริหารกระทรวงคมนาคม กระทรวงต่างประเทศ กระทรวงการคลังส่วนราชการจังหวัดตาก ตลอดจนสื่อมวลชน ร่วมงานจำนวนมาก

 
นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบในหลักการให้ก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 ที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2552 และดำเนินโครงการก่อสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษ รวมทั้งศูนย์บริการนำเข้า-ส่งออก และศูนย์โลจิสติกส์ ตลอดจนคลังสินค้า
 




 

โดยจัดหาพื้นที่ตาม แนวเส้นทางก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 2 เพื่อรองรับปริมาณการขนส่งสินค้าที่เพิ่มมากขึ้น และรองรับระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก หรือ East - West Economic Corridor กรมได้ศึกษาออกแบบและได้รับอนุมัติงบประมาณค่าก่อสร้างจากครม.ในโครงการดังกล่าว  ในวงเงินรวมทั้งสิ้น 3,900 ล้านบาท 

เนื้องานประกอบด้วยตัวสะพานข้ามแม่น้ำเมย ถนนเชื่อมต่อสะพานทั้ง 2 ฝั่ง รวมทั้งอาคารด่าน หรือ (Border Control Facilities) เพื่ออำนวยความสะดวกให้หน่วยงานต่างๆ ที่มีภารกิจรับผิดชอบการตรวจผ่านแดน เข้ามาใช้สถานที่ปฏิบัติงานให้บริการประชาชนร่วมกัน  อาทิ เช่น กรมศุลกากร สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมปศุสัตว์

ซึ่งสะพานแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการทางเลี่ยงเมืองแม่สอด มีจุดเริ่มต้นโครงการบน ทางหลวงหมายเลข 12 ข้ามแม่น้ำเมย/ตองยิน ที่บ้านวังตะเคียน ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ราชอาณาจักรไทย เชื่อมสู่บ้านเยปู หมู่ที่ 5 เมืองเมียวดี จังหวัดเมียวดี สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และมีจุดสิ้นสุด บรรจบถนนหมายเลข 85  สายเมียวดี-กอกะเร็ก เมื่อแล้วเสร็จจะเป็นส่วนหนึ่งของทางหลวงเอเชียหมายเลข 1  

สำหรับงบประมาณการก่อสร้างในพื้นที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา รัฐบาลไทยจะให้ความช่วยเหลือทางการเงินในรูปแบบให้เปล่า  หรือ Grant Aid แก่รัฐบาลสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา





 

การก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเมย แห่งที่ 2 นี้ เชื่อมระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาโดยก่อสร้างเป็นสะพานคอนกรีตอัดแรงรูปกล่อง  มีความยาวของสะพานทั้งหมด  760 เมตร  แบ่งเป็นฝั่งไทย 515 เมตร และฝั่งเมียนมา 245 เมตร ไม่มีเสาตอม่ออยู่กลางแม่น้ำ สะพานมีขนาด  2 ช่องจราจรไป-กลับ  แยกช่องจราจรด้วยเกาะคอนกรีตแบบต่ำ ช่องผิวจราจรกว้างช่องละ 3.50 เมตร ไหล่ทางกว้างข้างละ 2.50 เมตร และทางเดินเท้ากว้างข้างละ 1.50 เมตร

โครงการนี้เป็นการดำเนินงานเองของหน่วยงานต่างๆ ภายในของกรมทางหลวงเองทั้งสิ้น จึงถือเป็นโอกาสอันดีที่ผู้เชี่ยวชาญและผู้ปฏิบัติงานจากหลายหน่วยงานจะได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน และมีส่วนร่วมในภารกิจระหว่างประเทศครั้งนี้ คาดว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จ ทั้งโครงการ และเปิดใช้งานได้ภายในปี 2562

เมื่อเปิดใช้งานแล้ว จะช่วยอำนวยความสะดวก รวดเร็วในการคมนาคมขนส่ง เป็นการเชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจประเทศไทยกับสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ในด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยว การค้า การลงทุนในภาคเกษตรกรรม และภาคอุตสาหกรรมของประเทศ ซึ่งเพิ่มความสะดวกคล่องตัวในการใช้เส้นทาง สามารถรองรับการจราจรที่เพิ่มขึ้นในอนาคต 

รวมทั้งจะกระชับความสัมพันธ์อันดี  ระหว่างประชาชนในภูมิภาคนี้ ให้มีความใกล้ชิด แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น อีกทั้งจะช่วยลดปัญหาการจราจรที่แออัดของสะพานมิตรภาพไทย-พม่า แห่งที่ 1 ด้วย เป็นการพัฒนาเครือข่ายเส้นทางคมนาคม เพื่อแก้ไขปัญหาระบบโลจิสติกส์การขนส่งสินค้าเส้นทางเดิมที่มีความคับแคบ และไม่สะดวกต่อการขนส่งสินค้าเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด และศูนย์กลางเชื่อมโยงอาเซียน-โลก

นายอาคมกล่าวว่า สะพานแห่งนี้จะเชื่อมโยงการคมนาคมขนส่งในแนวระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก จะแล้วเสร็จปี 2562 เพราะต้องรออาคารด่านแล้วเสร็จ จะเริ่มสร้างเดือนเม.ย.นี้ใช้เวลา 2 ปี

"ตอนนี้งานก่อสร้างถนนใกล้แล้วเสร็จ ยังเหลือถนนฝั่งพม่าระยะทาง4กม.เพิ่งได้พื้นที่ก่อสร้างจะใช้เวลา อีก7-8 เดือนจะแล้วเสร็จ อย่างไรก็ตามจะหารือกับพม่าจะสร้างด่านชั่วคราวเปิดใช้ไปก่อนกลางปี2561ระหว่างรอด่านถาวรเสร็จเพื่อรองรับเขตเศรษฐกิจแม่สอดตามที่รัฐกำหนด





 

เมื่อเสร็จจะเพิ่มความสะดวกในการขนส่งและเดินทางของประชาชนสองประเทศรวมถึงประเทศใกล้เคียงไม่ว่าเวียดนาม ลาว ไทยและเมียนมาและส่งเสริมการเดินทาง ขนส่งสินค้าในกลุ่มประเทศอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง

"แม่สอด-เมียวดีเป็นเมืองสำคัญของสองประเทศ ซึ่งชายแดนของทั้งสองประเทศมีปริมาณการค้ามากกว่า35%ของการค้าชายแดนไทย-เมียนมาด้วยมูลค่า2.3พันล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้รัฐบาลของสองประเทศมีนโยบายพัฒนาโครงการนี้ขึ้นมาเพื่อลดความแออัดสะพานข้ามแม่น้ำเมยแห่งที่1เราภูมิใจจะเรียกสะพานแห่งนี้ว่าสะพานมิตรภาพเพราะเป็นการสร้างจากเพื่อนให้เพื่อนให้ญาติมิตรได้ใช้ร่วมกันและสนับสนุนการค้าและลงทุนระหว่างประเทศ"

ทั้งนี้เพื่อใช้ประโยชน์คุ้มค่าจะต้องมีกฎระเบียบมารองรับ ซึ่งทั้งสองประเทศจึงทำข้อตกลงการขนส่งข้ามแดนร่วมกันภายใต้กรอบความร่วมมืออนุภาคลุ่มน้ำโขง 

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ(http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1490849431)

  • ปีที่ 2018 MARCH-APRIL 2018

Read MoreAll Magazine