:: ชงขอ 2 หมื่นล้านสร้าง "ปิ่นเกล้า-นครชัยศรี" ต่อยอดโครงการพระราชดำริคู่ขนานลอยฟ้า "บรมราชชนนี" 30 กม.

| 2017-01-17 15:01:00


กรมทางหลวงตั้งแท่นของบประมาณกว่า 2.3 หมื่นล้าน เดินหน้าโครงการพระราชดำริ ต่อขยายทางคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี "ปิ่นเกล้า-นครชัยศรี" ระยะทาง 30 กม. รองรับการจราจรและเชื่อมการเดินทางพื้นที่กรุงเทพฯโซนตะวันตกและใต้ เพิ่มขีดความสามารถการคมนาคมขนส่งของประเทศ เผยได้รับอนุมัติ ลุยตอกเข็มทันทีปี′61 เสร็จเปิดใช้ปี"63 เล็งผุดทางเชื่อมมอเตอร์เวย์นครปฐม-ชะอำ

 

นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า เพื่อเป็นการสานต่อโครงการพระราชดำริ รัชกาลที่ 9 กรมจะเดินหน้าก่อสร้างโครงการต่อขยายคู่ขนานลอยฟ้าถนนบรมราชชนนีจากปิ่นเกล้า-นครชัยศรี เงินลงทุน 23,500 ล้านบาท จะเสนอโครงการขอจัดสรรงบประมาณประจำปี 2561 มาก่อสร้าง หากได้รับอนุมัติโครงการจะใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปี แล้วเสร็จในปี 2563 


แบบรายละเอียด-EIA ฉลุย

"โครงการพร้อมเปิดประมูล เพราะแบบรายละเอียดและรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอได้รับการอนุมัติแล้ว ส่วนการเวนคืนที่ดินก็มีไม่มาก จะเป็นช่วงสร้างเป็นทางขึ้น-ลง เพราะรูปแบบก่อสร้างจะสร้างทางเป็นทางยกระดับลอยฟ้าบนเกาะกลางถนนบรมราชชนนี ในอนาคตจะสร้างทางเชื่อมไปกับมอเตอร์เวย์นครปฐม-ชะอำ เพื่อให้โครงข่ายสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น"

นายธานินทร์กล่าวว่า สำหรับแนวเส้นทางมีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ทางแยกต่างระดับฉิมพลี บริเวณกิโลเมตรที่ 9+506 จนมาถึงทางแยกต่างระดับนครชัยศรี บริเวณกิโลเมตรที่ 34+120 รวมระยะทางทั้งสิ้น 30.3 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่เขตตลิ่งชัน เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร และอำเภอพุทธมณฑล อำเภอสามพราน อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม

แบ่งพัฒนา 3 เฟส

ขณะที่การพัฒนาโครงการแบ่งเป็น 3 ส่วน โดย "ส่วนแรก" เป็นการต่อขยายทางคู่ขนานลอยฟ้าถนนบรมราชชนนี ตั้งแต่จุดสิ้นสุดทางยกระดับบรมราชชนนี (กม.12+780) ถึงทางแยกต่างระดับนครชัยศรี (กม.34+120) มีระยะทาง 21.3 กิโลเมตร โดยออกแบบเป็นทางยกระดับขนาด 4 ช่องจราจร พร้อมจุดทางขึ้น-ลง 5 จุด ได้แก่

1.บริเวณทางแยกต่างระดับนครชัยศรี จะเชื่อมกับมอเตอร์เวย์สายนครปฐม-ชะอำ รองรับรถจังหวัดนครปฐมและถนนเพชรเกษม 


2.ทางแยกต่างระดับพุทธมณฑลสาย 7 เป็นรูปเกือกม้า อยู่บนถนนพุทธมณฑลสาย 7 จะไปเชื่อมกับถนนปิ่นเกล้า-นครชัยศรี รองรับรถเข้ากรุงเทพฯ 3.บริเวณทางแยกต่างระดับพุทธมณฑลสาย 5 จะเป็นรูปเกือกม้า รองรับรถเข้ากรุงเทพฯ 4.ทางแยกต่างระดับฉิมพลี จะเชื่อมกับทางด่วนสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอกด้านตะวันตก รองรับรถที่จะไปบางบัวทอง และ 5.ทางแยกต่างระดับพุทธมณฑลสาย 4 รองรับรถเข้ากรุงเทพฯ 

"ส่วนที่ 2" เป็นการปรับปรุงถนน 338 หรือสายปิ่นเกล้า-นครชัยศรีเดิม ระยะทาง 24.6 กิโลเมตร ให้มีถนน 6 ช่องจราจร พร้อมไหล่ทางและทางคู่ขนานขนาด 6 ช่องจราจร พร้อมทางเท้า แบ่งเป็น 3 ช่วง คือ ช่วงที่ 1 ทางแยกต่างระดับฉิมพลีสิ้นสุดทางคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี ระยะทาง 3.3 กิโลเมตร ช่วงที่ 2 ทางคู่ขนานลอยฟ้าถึงสะพานข้ามแม่น้ำนครชัยศรี ระยะทาง 11.6 กิโลเมตร และช่วงที่ 3 จากสะพานข้ามแม่น้ำถึงแยกต่างระดับนครชัยศรี ระยะทาง 9.7 กิโลเมตร 

เวนคืน 17 ไร่ ผุดทางขึ้นลง

สุดท้าย "ส่วนที่ 3" เป็นการออกแบบรูปแบบทางแยกต่างระดับบริเวณจุดตัดถนนสายต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการสัญจร ทั้งโครงการใช้เงินลงทุนทั้งสิ้น 22,300 ล้านบาท แยกเป็นค่าเวนคืน 200 ล้านบาท เพื่อชดเชยค่าที่ดิน 17 ไร่ และสิ่งปลูกสร้าง 14 หลัง ค่าก่อสร้าง 19,700 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาถนน 2,400 ล้านบาท

นายธานินทร์กล่าวว่า โดยผลการศึกษาชี้ว่า ทางด้านเศรษฐกิจโครงการนี้มีความเหมาะสมในการลงทุน มีอัตราส่วนผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร์ (EIRR) ประมาณ 14.2% เมื่อโครงการแล้วเสร็จจะเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางสู่ภาคตะวันตก ภาคใต้ และเพิ่มขีดความสามารถในการคมนาคมขนส่งของประเทศ ทั้งยังเชื่อมต่อกับโครงข่ายถนนสายสำคัญในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด อีกทั้งยังใช้เป็นเส้นทางสำรองในการรองรับการเดินทางเมื่อเกิดอุทกภัยในอนาคตได้อีกด้วย

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ(http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1484122325)

  • ปีที่ 2018 MARCH-APRIL 2018

Read MoreAll Magazine